นวัตกรรมกันซึมยุคใหม่: ตอบโจทย์ทุกสภาพพื้นผิว ทั้ง ดาดฟ้า และ หลังคา
บ้านที่ดูดีจากภายนอกอาจไม่ได้อยู่สบายเสมอไป ถ้าความชื้นหรือน้ำรั่วซึมแทรกตัวเข้ามาเงียบๆ จนทำให้ผนังลอก พื้นบวม หรือฝ้าดำโดยไม่ทันรู้ตัว ปัญหาเหล่านี้เกิดขึ้นจากสิ่งเล็กๆ ที่หลายคนมองข้าม นั่นคือ “ระบบกันซึม” ที่ไม่ได้วางแผนไว้ตั้งแต่ต้นหรือเลือกวัสดุไม่ตรงกับสภาพพื้นที่จริง
ทุกวันนี้ กันซึมไม่ใช่แค่การโปะซีเมนต์หรือทายาง แบบเก่าๆ อีกต่อไป แต่กลายเป็นเทคโนโลยีที่พัฒนาตามวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ ไม่ว่าจะเป็นดาดฟ้าที่กลายเป็น rooftop garden หรือหลังคาเมทัลชีทที่เจอทั้งแดดทั้งฝน วัสดุกันซึมยุคใหม่จึงถูกคิดค้นมาเพื่อรับมือกับปัญหาเหล่านี้แบบเฉพาะจุด พร้อมทั้งติดตั้งง่าย ใช้งานเร็ว และดูแลไม่ยุ่งยาก
บทความนี้จะพาไปรู้จักกับนวัตกรรมกันซึมยุคใหม่ที่ไม่ได้มีดีแค่ป้องกันพื้นรั่ว แต่ยังตอบโจทย์ทุกสภาพพื้นผิวทั้งดาดฟ้าและหลังคา มาดูกันว่าแต่ละพื้นที่ควรเลือกใช้วัสดุแบบไหน เทคโนโลยีใดกำลังมาแรง และเคล็ดลับเลือกใช้ให้คุ้มค่ากับบ้านและไลฟ์สไตล์ของคุณที่สุด
รู้จักวัสดุกันซึมแบบดั้งเดิม vs. เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด
วัสดุกันซึมมีหลากหลายแบบ ซึ่งแต่ละชนิดก็เหมาะกับการใช้งานที่ต่างกันออกไป ลองมาดูกันว่าของเดิมยังนิยมใช้อยู่ไหม หรือเทคโนโลยีใหม่ๆ จะตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์บ้านยุคนี้ได้มากกว่า
ซีเมนต์กันซึม ยางมะตอย เมมเบรน ของเดิมที่ยังใช้กันอยู่
- ซีเมนต์กันซึม ใช้งานง่าย ราคาย่อมเยา เหมาะกับงานภายใน เช่น ห้องน้ำ หรือผนังภายใน
- ยางมะตอยกันซึม (Bitumen) จุดเด่นคือราคาถูก ติดตั้งไม่ยาก แต่ไม่ชอบแดดแรงเพราะจะเสื่อมเร็ว
- เมมเบรนแผ่น (Membrane Sheet) เป็นแผ่นปิดทับพื้นที่ กันน้ำได้ดี แต่ต้องติดตั้งอย่างพิถีพิถัน เพราะถ้ามีรอยต่อหรือรั่วเล็ก ๆ ก็จบ
วัสดุเหล่านี้อาจยังตอบโจทย์ในบางกรณี แต่ถ้าเจอสภาพอากาศโหดๆ หรือพื้นที่การติดตั้งค่อนข้างซับซ้อน เทคโนโลยีใหม่ๆ ก็อาจเป็นตัวเลือกที่คุ้มค่ากว่า โดยสามารถแบ่งออกเป็น 3 ประเภทด้วยกัน ได้แก่
- เทคโนโลยีกันซึมแบบน้ำ (Liquid Applied Waterproofing)
กันซึมแบบน้ำ เป็นอีกหนึ่งเทคโนโลยีที่กำลังมาแรง เพราะใช้งานง่าย ทาได้กับหลายพื้นผิว และซึมเข้าไปในเนื้อวัสดุได้ดี จุดเด่นของกันซึมแบบนี้คือไม่มีรอยต่อ ลดโอกาสน้ำซึมได้มากกว่าแบบแผ่น แถมยังใช้ได้ทั้งบนพื้น ดาดฟ้า หรือแม้แต่บริเวณซอกเล็กๆ ที่เข้าถึงยาก - นาโนกันซึม ปกป้องลึกระดับโมเลกุล
นาโนกันซึม ใช้เทคโนโลยีระดับโมเลกุลในการเคลือบพื้นผิว เนื้อวัสดุมีอนุภาคเล็กมากจนสามารถแทรกซึมเข้าไปในรูพรุนของผนังหรือพื้น ทำให้ไม่เพียงแค่เคลือบกันน้ำจากด้านนอกแต่ป้องกันได้จากภายในด้วย เหมาะสำหรับบ้านที่ต้องการรักษาพื้นผิวดั้งเดิมไว้ เช่น พื้นไม้ ผนังปูนเปลือย หรือวัสดุธรรมชาติที่ไม่อยากปิดทับ - PU / Polyurea
PU (Polyurethane) และ Polyurea คือระบบพ่นกันซึมที่ติดตั้งไว ใช้งานได้ภายในไม่กี่ชั่วโมง แถมยังได้พื้นผิวไร้รอยต่อ ทนแดด ทนฝน และยืดหยุ่นสูง เหมาะกับพื้นที่กลางแจ้ง เช่น ดาดฟ้า หลังคา หรือแม้แต่โรงจอดรถ เพราะรับแรงกระแทกได้ดีและไม่ลอกง่าย อายุการใช้งานยาวนาน ใครที่ไม่อยากรื้อบ้านบ่อยๆ คุ้มแน่นอน
เลือกนวัตกรรมกันซึมให้เหมาะกับพื้นผิวแต่ละแบบ
สภาพแวดล้อม โครงสร้าง และการใช้งานจริงของพื้นที่แต่ละแบบล้วนมีโจทย์ที่ต่างกันออกไป บางพื้นที่ต้องเจอแดดจัดตลอดวัน บางจุดก็รับน้ำหนักมาก ถ้าเลือกกันซึมไม่ตรงกับลักษณะการใช้งาน ต่อให้ใช้วัสดุดีแค่ไหนก็มีสิทธิรั่วซึมได้เหมือนกัน ลองมาดูว่าแต่ละพื้นผิวควรใช้กันซึมแบบไหนถึงจะตอบโจทย์จริงๆ
- ดาดฟ้าคอนกรีตเปิดโล่ง
ดาดฟ้าคือพื้นที่ที่โดนแดดและฝนแบบเต็มๆ ตลอดทั้งปี แถมผิวคอนกรีตยังมีโอกาสแตกร้าวจากการหดขยายตามอุณหภูมิ การเลือกกันซึมที่ใช้กับดาดฟ้าจึงต้องทน UV ได้ดี ยืดหยุ่นสูง และสามารถอุดรอยร้าวเล็กๆ ได้ในตัว
วัสดุที่นิยมใช้คือ PU กันซึมแบบพ่น หรือกันซึมแบบน้ำสูตรยืดหยุ่นสูง ที่สามารถเคลือบผิวให้ไร้รอยต่อและรับแรงดึงจากการเปลี่ยนแปลงของคอนกรีตได้ดี ยิ่งถ้าดาดฟ้ามีการใช้งาน เช่น ปลูกต้นไม้หรือเดินผ่านบ่อยๆ ก็ควรเลือกชนิดที่ทนแรงกดและแรงเฉือนได้ด้วย - หลังคาเมทัลชีท
หลังคาเมทัลชีท เป็นวัสดุที่หด-ขยายตัวตามอุณหภูมิชัดเจนมาก วันไหนแดดแรงจัดแผ่นเหล็กจะขยายตัว พอเย็นก็หดตัวกลับ ทำให้จุดต่อหรือรอยนอตมีโอกาสรั่วได้ง่าย กันซึมที่ใช้กับเมทัลชีทจึงต้องมีคุณสมบัติยืดหยุ่นสูงมาก และสามารถติดกับผิวโลหะได้แน่นหนา
วัสดุที่แนะนำคือกันซึมสูตรโพลียูรีเทนหรือนาโนกันซึมแบบน้ำ ที่สามารถเคลือบบางๆ ได้โดยไม่ต้องรื้อหลังคา และยังตามรอยโค้งหรือซอกเล็กๆ ได้ดี เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่เจ้าของบ้านนิยมใช้ เพราะติดตั้งง่ายและดูแลรักษาไม่ยาก - พื้นที่ใช้งานหนัก
บางจุดของบ้าน เช่น พื้นโรงจอดรถ ลานซักล้าง หรือพื้นที่รอบบ้านที่มีคนเดินเข้าออกตลอดเวลา ล้วนเป็นพื้นที่ที่ต้องเจอกับแรงเสียดสีบ่อยๆ ถ้าใช้กันซึมทั่วไปอาจลอกหรือสึกกร่อนเร็ว จนทำให้เกิดรอยรั่วตามมาได้
สำหรับพื้นที่ลักษณะนี้ ควรเลือกกันซึมที่มีความแข็งแรง ทนแรงกด ทนแรงเสียดสี และไม่หลุดล่อนง่าย ซึ่ง Polyurea หรือ PU ชนิดพิเศษมักเป็นตัวเลือกที่มืออาชีพแนะนำ เพราะติดแน่นกับพื้นผิว ทนทาน และไม่เป็นฝุ่นหรือผงเมื่อต้องเจอการใช้งานหนักในระยะยาว
รวมข้อดีของกันซึมเทคโนโลยีใหม่ที่มืออาชีพเลือกใช้
- ติดตั้งไว ใช้งานเร็ว ไม่ต้องรื้อบ้าน
หนึ่งในข้อดีของกันซึมยุคใหม่ที่ใครหลายคนชอบคือติดตั้งง่าย ไม่วุ่นวาย โดยเฉพาะระบบพ่น หรือแบบน้ำที่สามารถลงมือได้เลยบนพื้นผิวเดิม ไม่ต้องเจาะ ไม่ต้องรื้อ แค่เตรียมพื้นผิวให้สะอาด กันซึมก็สามารถเคลือบลงไปได้ทันที ไม่ว่าจะเป็นคอนกรีต เมทัลชีท หรือแม้แต่พื้นกระเบื้องบางประเภท ที่สำคัญคือแห้งไวและพร้อมใช้งานในเวลาไม่กี่ชั่วโมง เหมาะกับคนที่ไม่อยากเสียเวลานานหรือไม่สะดวกให้ช่างอยู่หลายวัน - ความยืดหยุ่นสูง รองรับการขยายตัวของวัสดุ
พื้นผิวหลายแบบมีการขยับตัวอยู่เสมอ เช่น คอนกรีตที่หดขยายตามอุณหภูมิ หรือเมทัลชีทที่ขยายตัวทุกครั้งที่โดนแดดแรงๆ ถ้าใช้กันซึมที่แข็งหรือเปราะเกินไป สุดท้ายก็แตกร้าวแล้วปล่อยให้ความชื้นซึมเข้าไปได้ง่าย แต่กันซึมเทคโนโลยีใหม่ โดยเฉพาะพวก PU หรือ Polyurea ถูกออกแบบมาให้ยืดหยุ่นสูงมาก ไม่ว่าจะเป็นรอยร้าวเล็กๆ หรือการขยับตัวของโครงสร้างก็ยังเกาะแน่น ไม่หลุด ไม่แตกล่อนง่ายๆ - ป้องกัน UV ฝน ความชื้น ได้ในระบบเดียว
ฝนอย่างเดียวไม่เท่าไหร่ แต่พอรวมกับแดดจัดและความชื้นสะสม บ้านเราต้องเจอศึกหนักแบบสามแรงพร้อมกัน กันซึมแบบเดิมอาจเอาไม่อยู่ โดยเฉพาะถ้าโดนแดดแรงๆ จนวัสดุกรอบหรือมีน้ำขังนานๆ จนเกิดเชื้อรา
เทคโนโลยีกันซึมสมัยใหม่จึงมักเป็นระบบเคลือบที่กัน UV กันน้ำ และกันความชื้นได้ในตัวเดียว เหมือนเกราะบางๆ ที่คลุมอยู่บนผิววัสดุ ไม่ว่าจะกลางแจ้งหรือในร่มก็สามารถใช้ได้ยาวๆ แบบไม่ต้องห่วง - บำรุงรักษาง่าย อายุใช้งานยาวนาน
เมื่อก่อนกันซึมบางแบบอาจต้องซ่อมเป็นระยะหรือมีอายุใช้งานไม่กี่ปี แต่กันซึมยุคใหม่ส่วนใหญ่ถูกออกแบบให้อยู่ได้ยาวเป็นสิบปีโดยไม่ต้องซ่อมบ่อย เพียงแค่ตรวจสอบสภาพเบื้องต้น และทำความสะอาดพื้นผิวให้เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นบ้านที่ใช้เอง คอนโดปล่อยเช่า หรือแม้แต่พื้นที่เชิงพาณิชย์ กันซึมแนวใหม่นี้ก็ตอบโจทย์ทั้งเรื่องความคุ้มค่าและการดูแลในระยะยาว
นวัตกรรมกันกันซึมใหม่ได้เข้ามาตอบโจทย์ทั้งเรื่องความยืดหยุ่น ความเร็วในการติดตั้ง และอายุการใช้งานยาวนาน โดยไม่ต้องรื้อโครงสร้างหรือเสียเวลาซ่อมบ่อยๆ เหมาะมากกับไลฟ์สไตล์ของคนรุ่นใหม่ที่ต้องการบ้านที่ดูแลง่าย แต่ได้มาตรฐานมืออาชีพ
ถ้าคุณกำลังมองหาโซลูชันกันซึมที่ตอบโจทย์ทั้งดาดฟ้า หลังคา หรือพื้นที่อื่นๆ ที่ต้องการความทนทานเป็นพิเศษ บริษัท แมทท์ เคมมี่ จำกัดพร้อมให้คำปรึกษาและบริการระบบกันซึมครบวงจร ทั้งงานติดตั้งกันซึมดาดฟ้า กันซึมหลังคา และระบบเคลือบพื้นคุณภาพสูง พร้อมด้วยสีสะท้อนความร้อนที่ช่วยลดอุณหภูมิในพื้นที่จริงอย่างเห็นผล
นวัตกรรม กันซึม ยุคใหม่ จบปัญหาน้ำรั่วแบบมือโปร ไม่ต้องรื้อบ้าน
ติดต่อ บริษัท แมทท์ เคมมี่ จำกัด
Email : service@mattchemie.com
Facebook: Matt Chemie
LINE ID : @mattchemie
HOTLINE : 02-1363984-86, 093-1966599